
คนทั่วไปมักจะเชื่อกันว่าดูจากชื่อของมันแล้ว เจ้า ''ร๊อทไวเลอร์'' น่าจะมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเยอรมัน และก็มีชาวเยอรมันหลายต่อหลายคนพยายามที่จะชักจูงให้เราหลงเชื่อว่า ร๊อทไวเลอร์มีสายพันธุ์ที่สืบเชื้อสายมาจากสุนัขพันธุ์ โดเบอร์แมน พินเชอร์ หรือบางทฤษฏีก็บอกว่าเป็นการผสมพันธุ์ของสุนัขพันธุ์ Huge MUSTIFF กับพันธุ์ CHIHUAHUA ซึ่งทุกๆทฤษฏีล้วนแล้วแต่เป็นการสมมุติทั้งสิ้น
แต่ประวัติศาสตร์ได้บอกแก่เราว่า ถึงแม้สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดีว่าสายพันธุ์ของร๊อทไวเลอร์ ในทุกวันนี้เป็นผลิตผลของประเทศเยอรมันก็ตาม แต่ต้นกำเนิดของสายพันธุ์ที่แท้จริงแล้ว หรือถิ่นกำเนิดที่แท้จริงของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์นั้นอยู่ในอาณาจักรโรมันโบราณ เพราะร็อทไวเลอร์ได้ปรากฏตัวอย่างมีหลักฐานในประวัติศาสตร์ครั้งแลกในสมัยนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอาณาจักรโรมันโบราณ มิใช่ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมัน เหมือนสุนัขเยอรมัน เชพเพิร์ด (อัลเชเชี่ยน) หรือสุนัขพันธุ์โดเบอร์แมนแต่อย่างใด ดังนั้นให้เราเปลี่ยนความเชื่อเก่าๆ กันได้แล้ว
ต้นกำเนิดร๊อทไวเลอร์
สุนัขพันธุ์ร๊อทโวเลอร์ยุคใหม่นี้ เป็นสุนัขที่มีสายพันธุ์ขนสั้นขนค่อนข้างแข็งเส้นหนาหยาบ ซึ่งพัฒนาการนี้ก็ไม่ค่อยได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนักนับตั้งแต่เป็นสุนัขต้อนฝูงแกะ หรือสุนัขเลี้ยงแกะในสมัยอาณาจักรโรมัน สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ในปัจจุบันกับสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ บรรพบุรุษรุ่นแรกยังคงมีความเหมือนกันอยู่มาก ลักษณะทั่วๆ ไปนั้นมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากทีเดียว สายพันธุ์ต้นกำเนิดของร๊อทไวเลอร์นั้นเป็นสุนัขต้อนฝงแกะ หรือเลี้ยงแกะที่เชื่อถือได้ บางครั้งถูกนำไปใช้เป็นสุนัขสงครามในสมรภูมิรบ และมีประวัติ เขียนไว้ว่า "จักรพรรดิ์เนโร" นิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ไว้เป็นจำนวนมากเลี้ยงไว้รอบพระราชวังของพระองค์ เพื่อป้องกันมิให้มีผู้ใดกล้าบุกรุกเข้ามาในบริเวณพระราชวัง อันหวงแหนบรรดาสุนัขเลี้ยงแกะสายพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ยุคแรกๆ นั้นได้รับมอบหมายหน้าที่ที่สำคัญในการติดตามกองทัพโรมัน ในระหว่างที่โรมันทำการโจมตี และบุกรุกประเทศอื่นๆ ในยุโรป งานมอบหมายชิ้นแรกและชิ้นที่สำคัญที่สุดในระหว่างสงครามยุคนั้น ก็คือเฝ้าฝูงปศุสัตว์หรือสัตว์กีบ
ชาวโรมันรู้ถึงกิตติศัพท์ลือเลื่องของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ดีว่า เป็นสุนัขต้อนฝูงแกะที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ทางกองทัพโรมันจึงได้ใช้สุนัขพันธุ์นี้ต้อนฝูงแกะ และสัตว์กีบที่ใช้เป็นอาหารสำหรับกองทัพ สุนัขร๊อทโวเลอร์ยุคนั้นจะควบคุมการโยกย้ายหรือขนส่งสัตว์กีบ ไม่ว่าจะเป็นแพะ แกะ หรือ วัวก็ตาม ติดตามไปกับกองทัพตลอดเวลา เพราะในยุคนั้น ไม่มีการเก็บรักษาอาหารด้วยความเย็น ไม่มีตู้เย็นใดๆ ทั้งสิ้น กองทัพโรมันไปถึงที่ใหนก็ตาม จะมีฝูงสัตว์กีบติดตามไปด้วยตลอดทาง ซึ่งสัตว์กีบที่เป็นอาหารอันโอชะของบรรดาทหารนั้นมีผู้ควบคุม หรือต้อนฝงเป็นสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ผู้ชาญฉลาดนั่นเองในการออกรบแต่ละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องออกไปรบเป็นแรมเดือนแรมปี จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีเสบียงอาหารเป็นจำนวนมากให้พอเพียงไว้เลี้ยงทหาร เพราะกองทัพเดินด้วยท้อง อาหารเป็นๆ เหล่านี้แหละที่สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ จะเป็นผู้คุ้มกันและป้องกันมิให้พลัดหลง อันจะทำให้เกิดความสูญเสียขึ้นได้ ดังนั้นงานสำคัญชิ้นแรกของร๊อทไวเลอร์คือ ทำหน้าที่เป็นสุนัขต้อนและพิทักษ์ฝูงสัตว์กีบสุนัขร๊อทไวเลอร์เหล่านี้ยังทำหน้าที่ที่สำคัญอื่นๆ อีกในระหว่างที่เดินทางข้ามทวีปยุโรป
ไม่ต้องสงสัยเลยอาณาจักรโรมันหรือกองทัพโรมันประสบความสำเร็จในการโจมตีข้าศึก ทั้งนี้เพราะส่วนหนึ่งได้อาศัยความเฉลียวฉลาด ความอดทน และความแข็งแรงเป็นเยี่ยมของสุนัขร๊อทโวเลอร์นั่นเอง กองทัพโรมันผู้บุกรุกพร้อมกับเหล่าสุนัขชั้นยอดได้เดินทางข้ามเทือกเขาแอลป์เข้าสู่เยอรมันตอนใต้ แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเวิ์ธเตมเบิร์ก (Wurttemberg) อันเป็นที่ตั้งของท้องที่หรือหมู่บ้านที่มีชื่อเรียกว่า "รอธต์เวลล์" (Rottweill) ซึ่งหมู่บ้านรอธธ์เวลล์นี้ก็มีชื่อเหมือนกับตัวเมืองที่ตั้งอยู่บนเขาฝั่งซ้ายของเเม่น้ำเน็คคาร์ (Neckar) อันเป็นท้องที่บริเวณศูนย์กลางการเกษตรที่เขียวชอุ่ม กล่าวกันว่า รอธต์เวลล์ นั้นเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นในราวๆ ปีคศ. 700 ในช่วงที่โบสถ์คริสเตียนได้ตั้งขึ้นในที่ที่ซึ่งก่อนหน้านั้นหลายร้อยปีเป็นสถานอาบน้ำสาธารณะของโรมัน ในระหว่างที่มีการขุดอุโมงค์เพื่อสร้างอุโบสถ์นั้น กระเบื้องปูหลังคาสีแดงของบ้านพักตากอากาศโรมันโบราณได้ถูกขุดพบ และต่อมาไม่นานบริเวณนั้นจึงถูกเรียกขานกันว่า "ดาส์ รอธ วิล" (Das Rote Wil) หรือกระเบื้องปูหลังคาสีแดง" ต่อมาเรียกรวมเป็นคำเดียวว่า รอธธ์เวลล์ สุนัขต้อนฝูงแกะ (สัตว์กีบ) บางตัวทหารโรมันไม่ได้นำกลับไปด้วย หรืออาจจะจงโจปล่อยทิ้งไว้ก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางตัวก็ออกลูกออกหลาน ในขณะที่รอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเลมาเป็นเวลาแรมปี สุนัขพันธุ์ร๊อทโวเลอร์หลายตัวทีเดียวที่ถูกทิ้งไว้ที่ดาส์รอธวิล เมื่อกองทัพโรมันโด้ยกทัพกลับอาณาจักรโรมัน เนื่องจากดาส์รอธวิลเป็นศูนย์กลางการเกษตรที่สำคัญมากในยุคนั้น ท้องถิ่นดาส์รอธวิลหรือรอธธ์เวลล์ จึงได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้า และเป็นตลาดซื้อขายที่เกษตรกรและชาวปศุสัตว์นำผลิตผลหรึอสินค้า ของตนมาจำหน่ายกันที่นั่น และที่รอธเวลล์ด้องการสุนัขใช้งาน ที่มีความเฉลียวฉลาด แข็งแรงมีความอดทน และมีความสามารถที่จะทนต่อสภาพต่าง ๆ ได้ดี มิใช่ใช้งานเพื่อการขนส่งปศุสัตว์แต่เพียงอย่างเตียว ซึ่งบางครั้งต้องมีการเดินทางเป็นระยะทางใกลๆ หากสุนัขที่ต้องการนั้นยังจะต้องเป็น สุนัขที่ช่วยคุ้มครองป้องกันพ่อค้าวาณิชย์อีกด้วย เพราะในการเดินทางกลับของบรรดาพ่อค้าวาณิชย์นั้น กระเป๋าเงินที่ผูกติดกับปลอกคอของสุนัข ที่น่าเกรงขามนั้นปลอดภัยกว่าที่จะอย่ในมือของพ่อค้าวาณิซย์หากโชคร้าย ต้องเผชิญหน้ากับโจรในระหว่างการเดินทางอันโดดเดี่ยว
มีบรรดาเกษตรกร และผู้ค้าปศุสัตว์หลั่งไหลกันเข้าสู่รอธธ์เวลล์เพิ่มมากขึ้นทุกวัน เพราะท้องถิ่นรอธธ์เวลล์นั้น มีชื่อเสียงลือเลื่องในฐานะศูนย์กลางทางการค้าที่รุ่งเรือง ผู้มาเยือนและบรรดาพ่อค้าวาณิชย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวท้องถิ่นของรอธธ์เวลล์ได้สังเกตเห็นถึง คุณสมบัติเป็นเลิศของสุนัขต้อนฝงแกะจำนวนหนึ่ง ชึ่งเป็นสุนัขพันธ์ใหม่ของท้องถิ่น จึงได้มีการนำสุนัขพันธุ์ดังกล่าวนี้มาฝึกและเพาะพันธุ์เพื่อที่จะเพิ่มจำนวนและพัฒนาสายพันธ์ ให้เหมาะสมกับท้องถิ่นรอทธ์เวลล์ยิ่งขึ้น
ในไม่ช้าหลังจากได้มีการเพาะพันธ์สุนัขดังกล่าวมากขึ้น ในขณะที่การค้าที่เจริญก้าวหน้าได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จำนวนผู้สนใจอยากได้สัตว์ชั้นดีพันธ์นี้กลับบ้านก็มีจำนวนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
--------------------------------------------------------------------------------
ชื่อ "ร็อทไวเลอร์"
ในแง่ความสามารถเป็นเลิศเหนือสุนัขท้องถิ่นทุกพันธุ์ ชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อสุนัขที่เริ่มหันมาเลี้ยงนี้ว่า "สุนัขนักฆ่า ร็อทเวล" เพื่อให้เป็นชื่อถาวร เพราะชาวบ้านต่างก็ยอมรับและรู้ถึงคุณค่าของสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นอย่างดีดังนั้น จึงเป็นอันว่าสุนัขที่สืบสายพันธุ์มาจากสุนัขต้อนฝูงแกะดั้งเดิม ของอาณาจักรโรมัน ซึ่งเป็นสุนัขที่ชาวเยอรมันได้เพาะพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมานั้นตอนนี้ เราก็รู้กันแล้วว่าสุนัขที่ว่านี้คือ สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์
ความนิยมในตัวของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ ได้แพร่หลายไปทั่วในหมู่พ่อค้าวาณิชย์และชาวพื้นเมืองรอธธ์เวลล์ยิ่งทวีความนิยมเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ การแข่งขันในอันที่จะเป็นเจ้าของรอธธ์เวลเลอร์ชั้นเลิศก็ยิ่งทวีขึ้น ต่างคนก็ต่างพยายามที่จะเป็นเจ้าของสุนัขที่ดีที่สุด ก็เหมือนๆ กับนักเลี้ยงในยุคนี้ ต่างคนก็ต่างอยากจะให้ร๊อทไวเลอร์ของตนมีความเป็นเลิศเหนือร๊อทไวเลอร์ของคนอื่น ยิ่งสายพันธุ์ที่ตนเลี้ยงเป็นสุนัขที่มีอารมณ์ดี แข็งแรง มีความสามารถในการทำงาน มีรูปร่างสง่างาม และเชื่อฟังเจ้าของของแล้วไซร้ ราคาของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ที่ตนเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์ก็ยิ่งมีราคา ความสามารถในการต้อนแกะที่มีอยู่ในสายเลือดตั้งแต่เป็นสัตว์เลี้ยงของชาวโรมันได้ติดตัวมันมาตลอดเวลา ส่งผลให้ร๊อทไวเลอร์มีความสามารถในการปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างสงบเยือกเย็นปราศจากความตื่นเต้นใดๆ สามารถสร้างความสงบให้เกิดขึ้นในฝูงสัตว์ที่มันมีหน้าที่ต้องดูแล ชึ่งมันจะทำหน้าที่ต้อนฝูงปศุสัตวให้เคลื่อนย้ายตามกันไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เปอร์เช็นต์ที่จะเกิดความสูญเสียแก่ปศุสัตว์ที่สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ดูแลนั้นแทบจะไม่มีเอาเลยก็ว่าได้ งานอีกชนิดหนึ่งที่สายพันธุ์ชั้นเลิศนี้ทำได้ดีก็คือลากเกวียน ถึงแม้คุณสมบัตทุกชนิดที่สุนัขมีอยู่ในตัวร๊อทไวเลอร์จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้เลี้ยงอย่างมากแล้วก็ตาม แต่เมื่อทางรถไฟสายใหม่มาถึง ทำให้มีกฎระเบียบในการขนส่งหรือขนย้ายปศุสัตว์ที่นักปศุสัตว์จะต้องปฎิบัติตาม คือเริ่มมีการขนย้ายปศุสัตว์ทางรถไฟขึ้น และงานลากเกวียนส่งนมนั้นก็ใช้ลาลากแทนสุนัข ด้วยเหตุนี้ประโยชน์หลักๆ 2 อย่างของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ คือต้อนแกะ และลากเกวียนได้ลดน้อยถอยลงไปแต่ยังดีที่ผู้เลี้ยงที่รักสุนัขร๊อทไวเลอร์จริงๆ ยังคงเก็บรักษาและเลี้ยงมันต่อไป ถึงแม้จะไม่ใช้มันลากเกวียนอีกต่อไปแล้วก็ตาม พวกเขาได้เลี้ยงสุนัข พันธุ์นี้ไว้เป็นสุนัขเฝ้าบ้านและคุ้มครองสมบัติ
ความสนใจในการเพาะพันธุ์อย่างจริงจังได้เริ่มขึ้นในเยอรมันตอนเหนือ ในขณะที่ชาวบ้านท้องถิ่นรอธธ์เวลล์ค่อยๆ ลดความสนใจในตัวเจ้าร๊อทโวเลอร์ลงเพราะประโยชน์ในการลากจูงเกวียนของมันหมดไปนั่นเอง เชื่อกันว่าในปีคศ. 1905 มีสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์เพศเมียหลงเหลืออยู่ในรอธธ์เวลล์เพียงตัวเดียว
การเพาะพันธุ์ได้เริ่มต้นในเยอรมันในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เพราะสายพันธุ์ในยุคนั้นได้ถูกค้นพบเพื่องานตำรวจมีเรื่องสนุกเล่าว่าสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น มาชั่วข้ามคืน ในคืนวันหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้หนึ่งพร้อมสุนัขคู่ใจพันธุ์ร๊อทไวเลอร์กำลังออกตรวจความเรียบร้อยบนท้องถนนได้มีกลาสีเรือ 14 คนกำลังเมาแปร้อยู่ในร้านเหล้าริมแม่น้ำในเมืองฮัมบูร์ก พวกเขากำลังวิวาทกันเพื่อแย่งชิงหญิงสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี จึงได้พยายามที่จะเข้าไปรักษาความสงบ ทว่าบรรดากลาสีเรือทั้ง 14 เกิดเขม่นขึ้นมาแล้วกรูกันเข้ามาจะทำร้ายร่างกาย และสุนัขร๊อทไวเลอร์คู่ใจได้กระโจนเข้าใส่ฝูงขี้เมาล้มลุกคลุกคลาน ส่วนกลาสีที่ยังไม่โดนเล่นงานก็โกยอ้าวไม่คิดชีวิต และนี่คือ ตำนานความกล้าหาญและความสามารถเป็นเลิศในสายเลือดของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์
--------------------------------------------------------------------------------
ร็อทไวเลอร์ต่างพันธุ์
มันน่าสนใจที่จะค้นหาลักษณะสายพันธุ์ของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร ์ในยุคแรกเริ่มที่มีการพัฒนาในประเทศเยอรมันก่อนจะถึงศตวรรษที่ 19 รูปร่างของหัวและลักษณะทั่วๆ ไปของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์กล่าวกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปน้อยมาก ยังคงเป็นสุนัขใช้งานมากกว่าที่จะเป็นสุนัขสวยงาม ในยุคนั้นได้มีการพัฒนาสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ขึ้นมา แบ่งออกเป็น 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ใหญ่ จะเป็นร๊อทไวเลอร์ที่มีกล้ามเนื้อเหมาะในการทำงานลากเกวียน และพันธุ์เล็กเป็นร๊อทไวเลอร์ที่ว่องไวปราดเปรียวกว่า ตัวเล็กกว่าและกล้ามเนื้อน้อยกว่าเป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับไล่ต้อนปศุสัตว์ ความแตกต่างระหว่างพันธุ์เล็กกับพันธุ์ใหญ่ที่สังเกตง่ายๆ ก็คือ ร๊อทไวเลอร์พันธุ์ใหญ่อาจจะมีลำหักลำโค่นมีความอดทนในการเดินทางบนท้องถนนเป็นเลิศ น้ำหนักตัวที่ค่อนข้างมากอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ในขณะกระโดด และความสูงใหญ่อาจจะมีแนวโน้มที่จะกระโดดไปขีดข่วนเอาไหล่หรือตะโพกของปศุสัตว์ได้
แทนที่จะขีดข่วนข้อเท้า ในขณะที่สุนัขร๊อทไวเลอร์ไล่ต้อนฝูงปศุสัตว์ ชึ่งยังผลให้สินค้าชำรุดได้ และจะทำให้ราคาพลอยตกไปด้วย ได้มีการเพาะพันธุ์สุนัขร๊อทไวเลอร์ในประเทศเยอรมันแบ่งออกเป็น 2 พันธุ์หรือ 2 ประเภท คือพันธุ์เล็ก และพันธุ์ใหญ่ พันธุ์ที่เล็กกว่าจะเป็นร๊อทไวเลอร์ที่คล่องแคล่วว่องไว แต่ไม่ว่าพันธุ์เล็ก หรือพันธุ์ใหญ่คุณสมบัติเด่นในสายพันธุ์ไม่มีอะไรแตกต่างกัน แต่ในสายพันธุ์ที่ตัวเล็กกว่า หรือในร๊อทโวเลอร์พันธุ์เล็กนั้นสีหรือรอยด่างปลีกย่อย ตามมาตรฐานปัจจุบันของสายพันธุ์คงอยู่เด่นชัด มีคอขาว หน้าอกขาว จุดขาวที่ตีน หรือแม้แต่ร็อตไวเลอร์สีแดงที่มีลายดำ ตามหลังจะมีจุดด่างสีจางๆ เป็นที่ยอมรับ
แต่ประวัติศาสตร์ได้บอกแก่เราว่า ถึงแม้สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดีว่าสายพันธุ์ของร๊อทไวเลอร์ ในทุกวันนี้เป็นผลิตผลของประเทศเยอรมันก็ตาม แต่ต้นกำเนิดของสายพันธุ์ที่แท้จริงแล้ว หรือถิ่นกำเนิดที่แท้จริงของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์นั้นอยู่ในอาณาจักรโรมันโบราณ เพราะร็อทไวเลอร์ได้ปรากฏตัวอย่างมีหลักฐานในประวัติศาสตร์ครั้งแลกในสมัยนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอาณาจักรโรมันโบราณ มิใช่ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมัน เหมือนสุนัขเยอรมัน เชพเพิร์ด (อัลเชเชี่ยน) หรือสุนัขพันธุ์โดเบอร์แมนแต่อย่างใด ดังนั้นให้เราเปลี่ยนความเชื่อเก่าๆ กันได้แล้ว
ต้นกำเนิดร๊อทไวเลอร์
สุนัขพันธุ์ร๊อทโวเลอร์ยุคใหม่นี้ เป็นสุนัขที่มีสายพันธุ์ขนสั้นขนค่อนข้างแข็งเส้นหนาหยาบ ซึ่งพัฒนาการนี้ก็ไม่ค่อยได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนักนับตั้งแต่เป็นสุนัขต้อนฝูงแกะ หรือสุนัขเลี้ยงแกะในสมัยอาณาจักรโรมัน สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ในปัจจุบันกับสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ บรรพบุรุษรุ่นแรกยังคงมีความเหมือนกันอยู่มาก ลักษณะทั่วๆ ไปนั้นมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากทีเดียว สายพันธุ์ต้นกำเนิดของร๊อทไวเลอร์นั้นเป็นสุนัขต้อนฝงแกะ หรือเลี้ยงแกะที่เชื่อถือได้ บางครั้งถูกนำไปใช้เป็นสุนัขสงครามในสมรภูมิรบ และมีประวัติ เขียนไว้ว่า "จักรพรรดิ์เนโร" นิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ไว้เป็นจำนวนมากเลี้ยงไว้รอบพระราชวังของพระองค์ เพื่อป้องกันมิให้มีผู้ใดกล้าบุกรุกเข้ามาในบริเวณพระราชวัง อันหวงแหนบรรดาสุนัขเลี้ยงแกะสายพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ยุคแรกๆ นั้นได้รับมอบหมายหน้าที่ที่สำคัญในการติดตามกองทัพโรมัน ในระหว่างที่โรมันทำการโจมตี และบุกรุกประเทศอื่นๆ ในยุโรป งานมอบหมายชิ้นแรกและชิ้นที่สำคัญที่สุดในระหว่างสงครามยุคนั้น ก็คือเฝ้าฝูงปศุสัตว์หรือสัตว์กีบ
ชาวโรมันรู้ถึงกิตติศัพท์ลือเลื่องของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ดีว่า เป็นสุนัขต้อนฝูงแกะที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ทางกองทัพโรมันจึงได้ใช้สุนัขพันธุ์นี้ต้อนฝูงแกะ และสัตว์กีบที่ใช้เป็นอาหารสำหรับกองทัพ สุนัขร๊อทโวเลอร์ยุคนั้นจะควบคุมการโยกย้ายหรือขนส่งสัตว์กีบ ไม่ว่าจะเป็นแพะ แกะ หรือ วัวก็ตาม ติดตามไปกับกองทัพตลอดเวลา เพราะในยุคนั้น ไม่มีการเก็บรักษาอาหารด้วยความเย็น ไม่มีตู้เย็นใดๆ ทั้งสิ้น กองทัพโรมันไปถึงที่ใหนก็ตาม จะมีฝูงสัตว์กีบติดตามไปด้วยตลอดทาง ซึ่งสัตว์กีบที่เป็นอาหารอันโอชะของบรรดาทหารนั้นมีผู้ควบคุม หรือต้อนฝงเป็นสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ผู้ชาญฉลาดนั่นเองในการออกรบแต่ละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องออกไปรบเป็นแรมเดือนแรมปี จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีเสบียงอาหารเป็นจำนวนมากให้พอเพียงไว้เลี้ยงทหาร เพราะกองทัพเดินด้วยท้อง อาหารเป็นๆ เหล่านี้แหละที่สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ จะเป็นผู้คุ้มกันและป้องกันมิให้พลัดหลง อันจะทำให้เกิดความสูญเสียขึ้นได้ ดังนั้นงานสำคัญชิ้นแรกของร๊อทไวเลอร์คือ ทำหน้าที่เป็นสุนัขต้อนและพิทักษ์ฝูงสัตว์กีบสุนัขร๊อทไวเลอร์เหล่านี้ยังทำหน้าที่ที่สำคัญอื่นๆ อีกในระหว่างที่เดินทางข้ามทวีปยุโรป
ไม่ต้องสงสัยเลยอาณาจักรโรมันหรือกองทัพโรมันประสบความสำเร็จในการโจมตีข้าศึก ทั้งนี้เพราะส่วนหนึ่งได้อาศัยความเฉลียวฉลาด ความอดทน และความแข็งแรงเป็นเยี่ยมของสุนัขร๊อทโวเลอร์นั่นเอง กองทัพโรมันผู้บุกรุกพร้อมกับเหล่าสุนัขชั้นยอดได้เดินทางข้ามเทือกเขาแอลป์เข้าสู่เยอรมันตอนใต้ แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเวิ์ธเตมเบิร์ก (Wurttemberg) อันเป็นที่ตั้งของท้องที่หรือหมู่บ้านที่มีชื่อเรียกว่า "รอธต์เวลล์" (Rottweill) ซึ่งหมู่บ้านรอธธ์เวลล์นี้ก็มีชื่อเหมือนกับตัวเมืองที่ตั้งอยู่บนเขาฝั่งซ้ายของเเม่น้ำเน็คคาร์ (Neckar) อันเป็นท้องที่บริเวณศูนย์กลางการเกษตรที่เขียวชอุ่ม กล่าวกันว่า รอธต์เวลล์ นั้นเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นในราวๆ ปีคศ. 700 ในช่วงที่โบสถ์คริสเตียนได้ตั้งขึ้นในที่ที่ซึ่งก่อนหน้านั้นหลายร้อยปีเป็นสถานอาบน้ำสาธารณะของโรมัน ในระหว่างที่มีการขุดอุโมงค์เพื่อสร้างอุโบสถ์นั้น กระเบื้องปูหลังคาสีแดงของบ้านพักตากอากาศโรมันโบราณได้ถูกขุดพบ และต่อมาไม่นานบริเวณนั้นจึงถูกเรียกขานกันว่า "ดาส์ รอธ วิล" (Das Rote Wil) หรือกระเบื้องปูหลังคาสีแดง" ต่อมาเรียกรวมเป็นคำเดียวว่า รอธธ์เวลล์ สุนัขต้อนฝูงแกะ (สัตว์กีบ) บางตัวทหารโรมันไม่ได้นำกลับไปด้วย หรืออาจจะจงโจปล่อยทิ้งไว้ก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางตัวก็ออกลูกออกหลาน ในขณะที่รอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเลมาเป็นเวลาแรมปี สุนัขพันธุ์ร๊อทโวเลอร์หลายตัวทีเดียวที่ถูกทิ้งไว้ที่ดาส์รอธวิล เมื่อกองทัพโรมันโด้ยกทัพกลับอาณาจักรโรมัน เนื่องจากดาส์รอธวิลเป็นศูนย์กลางการเกษตรที่สำคัญมากในยุคนั้น ท้องถิ่นดาส์รอธวิลหรือรอธธ์เวลล์ จึงได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้า และเป็นตลาดซื้อขายที่เกษตรกรและชาวปศุสัตว์นำผลิตผลหรึอสินค้า ของตนมาจำหน่ายกันที่นั่น และที่รอธเวลล์ด้องการสุนัขใช้งาน ที่มีความเฉลียวฉลาด แข็งแรงมีความอดทน และมีความสามารถที่จะทนต่อสภาพต่าง ๆ ได้ดี มิใช่ใช้งานเพื่อการขนส่งปศุสัตว์แต่เพียงอย่างเตียว ซึ่งบางครั้งต้องมีการเดินทางเป็นระยะทางใกลๆ หากสุนัขที่ต้องการนั้นยังจะต้องเป็น สุนัขที่ช่วยคุ้มครองป้องกันพ่อค้าวาณิชย์อีกด้วย เพราะในการเดินทางกลับของบรรดาพ่อค้าวาณิชย์นั้น กระเป๋าเงินที่ผูกติดกับปลอกคอของสุนัข ที่น่าเกรงขามนั้นปลอดภัยกว่าที่จะอย่ในมือของพ่อค้าวาณิซย์หากโชคร้าย ต้องเผชิญหน้ากับโจรในระหว่างการเดินทางอันโดดเดี่ยว
มีบรรดาเกษตรกร และผู้ค้าปศุสัตว์หลั่งไหลกันเข้าสู่รอธธ์เวลล์เพิ่มมากขึ้นทุกวัน เพราะท้องถิ่นรอธธ์เวลล์นั้น มีชื่อเสียงลือเลื่องในฐานะศูนย์กลางทางการค้าที่รุ่งเรือง ผู้มาเยือนและบรรดาพ่อค้าวาณิชย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวท้องถิ่นของรอธธ์เวลล์ได้สังเกตเห็นถึง คุณสมบัติเป็นเลิศของสุนัขต้อนฝงแกะจำนวนหนึ่ง ชึ่งเป็นสุนัขพันธ์ใหม่ของท้องถิ่น จึงได้มีการนำสุนัขพันธุ์ดังกล่าวนี้มาฝึกและเพาะพันธุ์เพื่อที่จะเพิ่มจำนวนและพัฒนาสายพันธ์ ให้เหมาะสมกับท้องถิ่นรอทธ์เวลล์ยิ่งขึ้น
ในไม่ช้าหลังจากได้มีการเพาะพันธ์สุนัขดังกล่าวมากขึ้น ในขณะที่การค้าที่เจริญก้าวหน้าได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จำนวนผู้สนใจอยากได้สัตว์ชั้นดีพันธ์นี้กลับบ้านก็มีจำนวนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
--------------------------------------------------------------------------------
ชื่อ "ร็อทไวเลอร์"
ในแง่ความสามารถเป็นเลิศเหนือสุนัขท้องถิ่นทุกพันธุ์ ชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อสุนัขที่เริ่มหันมาเลี้ยงนี้ว่า "สุนัขนักฆ่า ร็อทเวล" เพื่อให้เป็นชื่อถาวร เพราะชาวบ้านต่างก็ยอมรับและรู้ถึงคุณค่าของสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นอย่างดีดังนั้น จึงเป็นอันว่าสุนัขที่สืบสายพันธุ์มาจากสุนัขต้อนฝูงแกะดั้งเดิม ของอาณาจักรโรมัน ซึ่งเป็นสุนัขที่ชาวเยอรมันได้เพาะพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมานั้นตอนนี้ เราก็รู้กันแล้วว่าสุนัขที่ว่านี้คือ สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์
ความนิยมในตัวของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ ได้แพร่หลายไปทั่วในหมู่พ่อค้าวาณิชย์และชาวพื้นเมืองรอธธ์เวลล์ยิ่งทวีความนิยมเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ การแข่งขันในอันที่จะเป็นเจ้าของรอธธ์เวลเลอร์ชั้นเลิศก็ยิ่งทวีขึ้น ต่างคนก็ต่างพยายามที่จะเป็นเจ้าของสุนัขที่ดีที่สุด ก็เหมือนๆ กับนักเลี้ยงในยุคนี้ ต่างคนก็ต่างอยากจะให้ร๊อทไวเลอร์ของตนมีความเป็นเลิศเหนือร๊อทไวเลอร์ของคนอื่น ยิ่งสายพันธุ์ที่ตนเลี้ยงเป็นสุนัขที่มีอารมณ์ดี แข็งแรง มีความสามารถในการทำงาน มีรูปร่างสง่างาม และเชื่อฟังเจ้าของของแล้วไซร้ ราคาของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ที่ตนเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์ก็ยิ่งมีราคา ความสามารถในการต้อนแกะที่มีอยู่ในสายเลือดตั้งแต่เป็นสัตว์เลี้ยงของชาวโรมันได้ติดตัวมันมาตลอดเวลา ส่งผลให้ร๊อทไวเลอร์มีความสามารถในการปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างสงบเยือกเย็นปราศจากความตื่นเต้นใดๆ สามารถสร้างความสงบให้เกิดขึ้นในฝูงสัตว์ที่มันมีหน้าที่ต้องดูแล ชึ่งมันจะทำหน้าที่ต้อนฝูงปศุสัตวให้เคลื่อนย้ายตามกันไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เปอร์เช็นต์ที่จะเกิดความสูญเสียแก่ปศุสัตว์ที่สุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ดูแลนั้นแทบจะไม่มีเอาเลยก็ว่าได้ งานอีกชนิดหนึ่งที่สายพันธุ์ชั้นเลิศนี้ทำได้ดีก็คือลากเกวียน ถึงแม้คุณสมบัตทุกชนิดที่สุนัขมีอยู่ในตัวร๊อทไวเลอร์จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้เลี้ยงอย่างมากแล้วก็ตาม แต่เมื่อทางรถไฟสายใหม่มาถึง ทำให้มีกฎระเบียบในการขนส่งหรือขนย้ายปศุสัตว์ที่นักปศุสัตว์จะต้องปฎิบัติตาม คือเริ่มมีการขนย้ายปศุสัตว์ทางรถไฟขึ้น และงานลากเกวียนส่งนมนั้นก็ใช้ลาลากแทนสุนัข ด้วยเหตุนี้ประโยชน์หลักๆ 2 อย่างของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ คือต้อนแกะ และลากเกวียนได้ลดน้อยถอยลงไปแต่ยังดีที่ผู้เลี้ยงที่รักสุนัขร๊อทไวเลอร์จริงๆ ยังคงเก็บรักษาและเลี้ยงมันต่อไป ถึงแม้จะไม่ใช้มันลากเกวียนอีกต่อไปแล้วก็ตาม พวกเขาได้เลี้ยงสุนัข พันธุ์นี้ไว้เป็นสุนัขเฝ้าบ้านและคุ้มครองสมบัติ
ความสนใจในการเพาะพันธุ์อย่างจริงจังได้เริ่มขึ้นในเยอรมันตอนเหนือ ในขณะที่ชาวบ้านท้องถิ่นรอธธ์เวลล์ค่อยๆ ลดความสนใจในตัวเจ้าร๊อทโวเลอร์ลงเพราะประโยชน์ในการลากจูงเกวียนของมันหมดไปนั่นเอง เชื่อกันว่าในปีคศ. 1905 มีสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์เพศเมียหลงเหลืออยู่ในรอธธ์เวลล์เพียงตัวเดียว
การเพาะพันธุ์ได้เริ่มต้นในเยอรมันในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เพราะสายพันธุ์ในยุคนั้นได้ถูกค้นพบเพื่องานตำรวจมีเรื่องสนุกเล่าว่าสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น มาชั่วข้ามคืน ในคืนวันหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้หนึ่งพร้อมสุนัขคู่ใจพันธุ์ร๊อทไวเลอร์กำลังออกตรวจความเรียบร้อยบนท้องถนนได้มีกลาสีเรือ 14 คนกำลังเมาแปร้อยู่ในร้านเหล้าริมแม่น้ำในเมืองฮัมบูร์ก พวกเขากำลังวิวาทกันเพื่อแย่งชิงหญิงสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี จึงได้พยายามที่จะเข้าไปรักษาความสงบ ทว่าบรรดากลาสีเรือทั้ง 14 เกิดเขม่นขึ้นมาแล้วกรูกันเข้ามาจะทำร้ายร่างกาย และสุนัขร๊อทไวเลอร์คู่ใจได้กระโจนเข้าใส่ฝูงขี้เมาล้มลุกคลุกคลาน ส่วนกลาสีที่ยังไม่โดนเล่นงานก็โกยอ้าวไม่คิดชีวิต และนี่คือ ตำนานความกล้าหาญและความสามารถเป็นเลิศในสายเลือดของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์
--------------------------------------------------------------------------------
ร็อทไวเลอร์ต่างพันธุ์
มันน่าสนใจที่จะค้นหาลักษณะสายพันธุ์ของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร ์ในยุคแรกเริ่มที่มีการพัฒนาในประเทศเยอรมันก่อนจะถึงศตวรรษที่ 19 รูปร่างของหัวและลักษณะทั่วๆ ไปของสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์กล่าวกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปน้อยมาก ยังคงเป็นสุนัขใช้งานมากกว่าที่จะเป็นสุนัขสวยงาม ในยุคนั้นได้มีการพัฒนาสุนัขพันธุ์ร๊อทไวเลอร์ขึ้นมา แบ่งออกเป็น 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ใหญ่ จะเป็นร๊อทไวเลอร์ที่มีกล้ามเนื้อเหมาะในการทำงานลากเกวียน และพันธุ์เล็กเป็นร๊อทไวเลอร์ที่ว่องไวปราดเปรียวกว่า ตัวเล็กกว่าและกล้ามเนื้อน้อยกว่าเป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับไล่ต้อนปศุสัตว์ ความแตกต่างระหว่างพันธุ์เล็กกับพันธุ์ใหญ่ที่สังเกตง่ายๆ ก็คือ ร๊อทไวเลอร์พันธุ์ใหญ่อาจจะมีลำหักลำโค่นมีความอดทนในการเดินทางบนท้องถนนเป็นเลิศ น้ำหนักตัวที่ค่อนข้างมากอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ในขณะกระโดด และความสูงใหญ่อาจจะมีแนวโน้มที่จะกระโดดไปขีดข่วนเอาไหล่หรือตะโพกของปศุสัตว์ได้
แทนที่จะขีดข่วนข้อเท้า ในขณะที่สุนัขร๊อทไวเลอร์ไล่ต้อนฝูงปศุสัตว์ ชึ่งยังผลให้สินค้าชำรุดได้ และจะทำให้ราคาพลอยตกไปด้วย ได้มีการเพาะพันธุ์สุนัขร๊อทไวเลอร์ในประเทศเยอรมันแบ่งออกเป็น 2 พันธุ์หรือ 2 ประเภท คือพันธุ์เล็ก และพันธุ์ใหญ่ พันธุ์ที่เล็กกว่าจะเป็นร๊อทไวเลอร์ที่คล่องแคล่วว่องไว แต่ไม่ว่าพันธุ์เล็ก หรือพันธุ์ใหญ่คุณสมบัติเด่นในสายพันธุ์ไม่มีอะไรแตกต่างกัน แต่ในสายพันธุ์ที่ตัวเล็กกว่า หรือในร๊อทโวเลอร์พันธุ์เล็กนั้นสีหรือรอยด่างปลีกย่อย ตามมาตรฐานปัจจุบันของสายพันธุ์คงอยู่เด่นชัด มีคอขาว หน้าอกขาว จุดขาวที่ตีน หรือแม้แต่ร็อตไวเลอร์สีแดงที่มีลายดำ ตามหลังจะมีจุดด่างสีจางๆ เป็นที่ยอมรับ






